สมรสและหย่าร้าง

พิมพ์

ฟ้องหย่าสามีชาวอเมริกัน

on 04 พฤษภาคม 2554. Posted in สมรสและหย่าร้าง

ถาม เนื่องด้วยดิฉันได้จดทะเบียนสมรสที่เมืองไทยกับชายสัญชาติอเมริกันเมื่อเดือน ธันวาคม 50 หลังจากนั้นทางฝ่ายชายก็ได้กลับไปประเทศอเมริกา ในวันที่ 3 มกราคม 2551 โดยบอกว่าจะกลับไปเดินเรื่องขอวีซ่าคู่สมรสให้ (ดิฉันไม่ได้ไปทำการรับรองการสมรสที่สถานทูตอเมริกา ในประเทศไทย) ซึ่งช่วงนั้นยังคงมีการติดต่อกันดีอยู่ แต่พอประมาณต้นเดือนมีนาคม 51 ฝ่ายชายได้บอกว่าเค้ามีคนรักใหม่แล้ว และขอให้ทางดิฉันทำเรื่องหย่าโดยที่ตัวเค้าเองยืนกรานว่าจะไม่มาที่ประเทศ ไทย ดิฉันได้พยายามติดต่อไปแต่ฝ่ายชายเพิกเฉยและขาดการติดต่อกับดิฉันทุกทาง

ถาม เนื่องด้วยดิฉันได้จดทะเบียนสมรสที่เมืองไทยกับชายสัญชาติอเมริกันเมื่อ เดือน ธันวาคม 50 หลังจากนั้นทางฝ่ายชายก็ได้กลับไปประเทศอเมริกา ในวันที่ 3 มกราคม 2551 โดยบอกว่าจะกลับไปเดินเรื่องขอวีซ่าคู่สมรสให้ (ดิฉันไม่ได้ไปทำการรับรองการสมรสที่สถานทูตอเมริกา ในประเทศไทย) ซึ่งช่วงนั้นยังคงมีการติดต่อกันดีอยู่ แต่พอประมาณต้นเดือนมีนาคม 51 ฝ่ายชายได้บอกว่าเค้ามีคนรักใหม่แล้ว และขอให้ทางดิฉันทำเรื่องหย่าโดยที่ตัวเค้าเองยืนกรานว่าจะไม่มาที่ประเทศ ไทย ดิฉันได้พยายามติดต่อไปแต่ฝ่ายชายเพิกเฉยและขาดการติดต่อกับดิฉันทุกทาง

หลังจากนั้นในเดือน สิงหาคม 52 ดิฉันได้ดำเนินการยื่นฟ้องหย่าฝ่ายชายที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เนื่องจากฝ่ายชายจงใจทิ้งร้างเกิน 1 ปี (โดยที่ดิฉันไม่ต้องการค่าเลี้ยงดูใดๆ จากฝ่ายชาย เราก็ไม่ได้มีสินสมรสและบุตรด้วยกันค่ะ) ทุกอย่างดำเนินไปตามที่ทนายแนะนำ จนกระทั่งในวันที่ 15 มีนาคม 53 ได้รับเอกสารแจ้งจากทางศาลฯ ว่าไม่สามารถนำส่งหมายศาลและเอกสารคำฟ้องหย่าให้ฝ่ายชายได้ เพราะฝ่ายชายไม่ได้อยู่ตามภูมิลำเนาที่แจ้งไว้  ทางทนายจึงได้ยื่นคำแถลงส่งหมายเรียกและคำฟ้องให้จำเลยต่อศาล และศาลแจ้งให้รออีก 75 วัน หากไม่มีการตอบกลับมา ศาลจะใช้วิธีประกาศหน้าศาลให้หย่าได้

ดิฉันเฝ้ารอวันที่จะหลุดพ้นจากพันธะนี้และหวังไว้เป็นอย่างมากว่าทุกอย่างต้องเรียบร้อย จนกระทั่งวันที่ 12 กรกฎาคม 53 วันที่ศาลนัดฟังคำพิจารณาคดี ศาลแจ้งว่าวิธีการประกาศหน้าศาลนั้นยังเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง เพราะเมื่อไม่สามารถส่งหมายเรียกให้ฝ่ายชายได้ ก็ควรจะดำเนินการให้ศาลได้เห็นว่าทางดิฉันได้พยายามติดตามหาที่อยู่อื่นๆ เพื่อใช้ในการส่งหมายเรียกให้ฝ่ายชายได้โดยชอบธรรมก่อน อีกทั้งฝ่ายชายไม่ได้มีภูมิลำเนาในประเทศไทย ศาลจึงเพิกถอนคำสั่งและมีคำสั่งใหม่ให้ทางดิฉันติดตามหาภูมิลำเนาของฝ่ายชาย และหาข้อกฎหมายการหย่าร้างของรัฐฟิลาเดลเฟีย ประเทศอเมริกา (ทนายไม่ทราบถึงเรื่องข้อขัดกันแห่งกฎหมายประเทศสามีและไม่เคยทำคดีหย่าร้าง ชาวต่างชาติมาก่อน.....ทนายยอมรับอย่างเสียหน้าเมื่อศาลท่านถาม) วันนั้นเรื่องที่ศาลก็จบลงพร้อมกับความรู้สึกแย่ๆ ที่ดิฉันได้รับจากทนายคนนี้

เมื่อถึงวันนัดครั้งที่ 2 ดิฉันก็ได้เตรียมพยานเอกสารไปให้พร้อมกับข้อกฎหมายการหย่าร้างของรัฐฟิลาเดลเฟีย ประเทศอเมริกา ทุกอย่างดำเนินไปโดยทนายยืนยันกับศาลเกี่ยวกับเรื่องของภูมิลำเนาฝ่ายชายว่า มีเพียงที่เดียวที่เคยได้แจ้งและขั้นตอนการส่งหมายศาลของกระทรวงการต่างประเทศ  พร้อมแจ้งถึงข้อกฎหมายการหย่าร้างของรัฐฟิลาเดลเฟียว่าทั้งสองฝ่ายต้องมี การแยกกันอยู่ก่อนไม่น้อยกว่า 2 ปี จึงจะสามารถยื่นฟ้องหย่าได้ แต่ทนายได้ยื่นคำฟ้องหย่าไปในช่วงที่เราแยกกันอยู่ได้เพียงแค่ 1 ปีกว่าๆ  ทนายได้ถามศาลว่าควรจะทำอย่างไร ทางศาลจึงแนะนำว่าสามารถทำการยกฟ้องได้ และให้ยื่นฟ้องใหม่ซึ่งจะเป็นวิธีที่ดีกว่าทางดิฉันก็เลยยกฟ้อง

ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เรื่องการหย่าของดิฉันก็ยังไม่จบ นี่ก็ 3 ปีกว่าแล้ว ดิฉันไม่สามารถหาที่อยู่ของฝ่ายชายได้แม้จะไปขอความช่วยเหลือจากทางสถานทูตอเมริกันในประเทศแล้วก็ตาม และทนายคนเดิมก็ไม่เคยติดต่อกลับมา พอโทรหาก็บอกว่าจะขอติดต่อกลับ ไม่ทราบว่าในกรณีของดิฉันควรจะทำอย่างไรดีค่ะ ดิฉันอยากหลุดพ้นจากพันธะนี้.... ขอบคุณค่ะ


ตอบ ตามที่คุณแจ้งข้อเท็จจริงว่า ศาลได้แนะนำว่าสามารถทำการยกฟ้องได้และให้ยื่นฟ้องใหม่ซึ่งจะเป็นวิธีที่ดีกว่า นั้นสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ ขอเรียนให้ทราบดังนี้

ประการแรก ตามที่คุณแจ้งข้อเท็จจริงว่าคุณยกฟ้องนั้นคุณคงเข้าใจความหมายผิด คำแนะนำของศาลคงหมายถึงให้คุณถอนคำฟ้องเพราะผลของการถอนคำฟ้องนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๖ มีใจความสำคัญว่า การถอนคำฟ้องย่อมลบล้างผลแห่งการยื่นคำฟ้องนั้น รวมทั้งกระบวนพิจารณาอื่นๆ อันมีมาต่อภายหลังยื่นคำฟ้องและกระทำให้คู่ความกลับคืนเข้าสู่ฐานะเดิม เสมือนหนึ่งมิได้มีการยื่นฟ้องเลย คำฟ้องที่ได้ถอนแล้วอาจยื่นใหม่ได้ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่า ด้วยอายุความ ดังนั้นคุณมีสิทธิยื่นฟ้องหย่าได้ โดยไม่ต้องคำนึงเรื่องอายุความเพราะการทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่านั้นเกิดขึ้นสมบูรณ์ตามเงื่อนไขของกฎหมายแล้วและไม่ มีข้อบังคับของกฎหมายต้องฟ้องภายในอายุความในเรื่องดังกล่าว

ประการต่อมา กฎหมายเรื่องการหย่าของรัฐฟิลาเดลเฟียว่าทั้งสองฝ่ายต้องมีการแยกกันอยู่ไม่ น้อยกว่า ๒ ปี จึงฟ้องหย่าได้นั้น  เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย  พุทธศักราช ๒๔๘๑ มาตรา ๒๗  ศาลสยามจะไม่พิพากษาให้หย่ากัน เว้นแต่กฎหมายสัญชาติแห่งสามีและภริยาทั้งสองฝ่ายยอมให้หย่าได้ เหตุหย่า ให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ยื่นฟ้องหย่า  ดังนั้น คุณเป็นคนสัญชาติไทยและมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย คุณถูกสามีชาวอเมริกาทิ้งร้างเกินหนึ่งปีซึ่งเป็นเหตุฟ้องหย่าได้ตามกฎหมาย ไทยและการทิ้งร้างหรือแยกกันอยู่ก็เป็นเหตุฟ้องหย่าได้ตามกฎหมายของรัฐฟิลา เดลเฟีย   ตามมาตรา ๒๗  ข้างต้นเหตุหย่าให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ยื่นฟ้องหย่า ดังนั้นคุณจึงมีสิทธิยื่นฟ้องหย่าต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางได้โดยไม่ต้อง รอให้สามีชาวอเมริกาทิ้งร้างเกินกว่าสองปี
แต่ถ้าคุณกังวลว่าศาลจะพิจารณาตามกฎหมายของรัฐฟิลาเดลเฟียว่าต้องแยกกัน อยู่ไม่น้อยกว่า ๒ ปี ซึ่งปัจจุบันสามีคุณได้ทิ้งร้างคุณมาประมาณ ๓ ปีแล้ว  คุณก็สามารถยื่นฟ้องหย่าได้ทันที

ไทยต่างแดนออนไลน์

ไทยต่างเเดนฉบับล่าสุด

หน้าปกเล่มล่าสุด

ข่าวชุมชนไทย

เรื่องเด่นในเล่ม

สัมภาษณ์พิเศษ

กิจกรรมพิเศษ

ลิงค์สำนักข่าวเเละทีวีไทย

Thailand 53.4%Thailand
Australia 13.1%Australia
Norway 5%Norway
United States 4.8%United States
Sweden 3.5%Sweden
Germany 3.4%Germany
Switzerland 2.5%Switzerland
Denmark 2.2%Denmark
France 1.3%France
Japan 1.3%Japan